โอ๊ย!! อารมณ์เสีย... คำพูดที่มักจะได้ยินอยู่เสมอๆ เป็นธรรมดาที่คนเราต้องมีความรู้สึกนี้ แต่ทราบไหมว่าเราสามารถแก้ไขอารมณ์บูดๆ เหล่านี้ได้ด้วยการรับประทานอาหาร…
สุดยอดอาหารที่ทำให้อารมณ์ดี
โอ๊ย!! อารมณ์เสีย... คำพูดที่มักจะได้ยินอยู่เสมอๆ เป็นธรรมดาที่คนเราต้องมีความรู้สึกนี้ แต่ทราบไหมว่าเราสามารถแก้ไขอารมณ์บูดๆ เหล่านี้ได้ด้วยการรับประทานอาหาร…
10:15 AM | Filed Under | 1 Comments
นวดไทยและยาสมุนไพรบำบัดโรคมะเขือเผา
ปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศดูจะกลายเป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ รุกทำลายความสดใสในครอบครัวคนไทยเพิ่มมากขึ้นทุกปี และจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง สาเหตุของสมรรถภาพทางเพศเสื่อมมาจากโรคภัยไข้เจ็บ อย่างเช่น เบาหวาน โรคหัวใจ รวมถึงปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล หดหู่ ท้อแท้ และมาจากอายุมากขึ้น
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่ทาง อย.ไฟเขียวให้ขายยารักษาอาการสมรรถภาพทางเพศหย่อน ได้ตามร้านขายยาทั่วไปที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาจาก อย. โดยต้องขายตามใบสั่งแพทย์ เพื่อแก้ปัญหายาปลอมที่ระบาดอย่างหนักและขายกันเกลื่อน โดยเฉพาะทางอินเทอร์เนต ซึ่งการใช้ยาปลอมนั้นมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ทางฝั่งนักวิชาการก็มีความเห็นคัดค้าน เนื่องจากยากลุ่มดังกล่าวนี้มีผลข้างเคียงสูง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างถี่ถ้วนก่อน ด้วยเกรงว่าจะมีการซื้อขายกันง่ายเกินไป ซึ่งก็จะกระทบต่อสุขภาพอนามัยไม่แพ้ยาปลอมเหมือนกัน
หันกลับมามองทางด้านการแพทย์แผนไทย พบว่าในคัมภีร์โรคนิทานคำฉันท์ ได้กล่าวถึงโรคสรรถภาพทางเพศหย่อนและการรักษาอย่างชัดเจน โดยแนะให้ภรรยาช่วยนวดให้ ใจความว่า
แพทย์ใดเมื่อได้เห็นโรคกล่อนเส้นซึ่งขัดขวาง
ให้นวดแต่เบื้องล่างเหนือตาตุ่มข้างท้องน่อง
แก้องคะชาตตายเพื่อกล่อนร้ายมิลำพอง
หนึ่งเส้นนำแข้งสองรวมทำนองกล่อนปัตะฆาฎ
เส้นหลังแล่นกระหลบไคลก้นกบดีทายาท
กระถบเสียวดังเยี่ยวราดแก้องคะชาตอันชาตาย
เจ็บหลังบ่อมิสบายเพศกล่อนร้ายแล่นลงฝัก
ฟกฟูดูน่าชังเจ็บเอวหลังเป็นพ้นนัก
บางที่โทษลงฝักหนักเป็นอุ้งดูบัดสี
บางทีเป็นไส้เลื่อนแปลแชเชือนโทษกาลี
เส้นกล่อนในคัมภีร์พึงขยายเส้นใต้ศูนย์
ใต้สะดือสักนิ้วกึ่งประจงคลึงตลอดจูน
เคียงเรียงเส้นศูนย์ชื่อนาคบาทบอกให้รู้
แม้นนาคนอนอ่อนระทดบ่อพึงผดซบเศียรอยู่
ดังทารกซึ่งมิรู้ชูไม้ค้อนเข้ายอนหาง
แสนพิโรธโลดทะลึ่งลำพองผึงพังพานกาง
ชูเศียรพองขนองหางบางเหี้ยมพิษกำแหงแรง
วิธีเส้นดังกล่าวมาแพทย์ปุจฉาอย่าเขลาแคลง
จะกล่าวนักมักหมิ่นแหนงจะเสื่อมแสวงไม่เรียนรู้
แม้นจะใคร่วิถานความพยายามเสาะถามครู
ร่ำเรียนเพียรถามดูจึงจะรู้สืบๆ ไป
ในคำกลอนได้กล่าวว่า การแก้องคชาตตายให้นวดตั้งแต่เหนือตาตุ่มข้างท้องน่อง หน้าแข้งไปตามสันแข้ง 2 แนว ถึงเข่า แล้วนวดแบบกร่อนปัตคาด (เส้นซึ่งอยู่ในแนวเดียวกันกับเส้นเลือดแถวบริเวณท้องน้อยและหน้าขา เมื่อกดเส้นนี้จะรู้สึกเต้นตุ๊บ) นวดหลังบริเวณก้นกบจนถึงเอวด้วยการคลึง หากนวดถูกเส้นนี้จะรู้สึกเสียวเหมือนจะปัสสาวะราด จึงใช้นวดแก้อาการปัสสาวะขัดหรือฉี่ไม่ออก แก้ขัดเอว ปวดหลัง ก็หายได้ อีกแบบหนึ่งให้นอนหงาย แล้วนวดเส้นใต้เส้นศูนย์ คือเส้นใต้สะดือประมาณ 1 นิ้ว คลึงลงไปทางขวาเล็กน้อยจนถึงหัวหน่าว เรียกเส้น นาคบาท
ถ้ามองตามหลักการแพทย์แผนไทย ปัญหาของสมรรถภาพทางเพศเสื่อมคือปัญหาของธาตุดิน ที่เรียกว่า เส้นเอ็นพิการ เส้นหลักคือเส้นประธานที่มาบริเวณ Prineum บริเวณทวารหนัก-เบา อวัยวะเพศ หรือเส้นสิกขี (ชายเรียกคิชชะ) และสุขุมัง โบราณเรียกโรคที่เกิดความเสื่อมของเส้นว่า "กล่อนเส้น" เมื่อใช้นวดแล้วไม่ดีขึ้นมักต้องใช้ยาร่วมด้วย คือมีการรักษาแบบองค์รวม คือปรับธาตุ 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไปพร้อมกับการนวดรักษา และการใช้ยาสมุนไพร รวมถึงการออกกำลังกาย และการฟื้นฟูจิตใจหรือการทำสมาธิเพื่อรักษาที่ต้นเหตุ ที่มาจากสภาพจิตใจ
สำหรับสมุนไพร มีหลายตัวที่โบราณระบุว่ามีสรรพคุณบำรุงกำหนัด ส่วนมากเป็นสมุนไพรที่มีชื่อโลดโผน ชูกำลัง บำรุงกำลัง นิยมนำมาดองด้วยเหล้ารับประทาน เช่น มะเขือแจ้เครือ ราก รสเฝื่อนเปรี้ยวเล็กน้อย แก้กษัย แก้ปัสสาวะพิการ ใช้ทำยาแก้กามตายด้าน บำรุงความกำหนัด กำลังช้างสาร บำรุงธาตุ แก้อ่อนเพลีย บำรุงโลหิต บำรุงเส้นเอ็น เป็นยาอายุวัฒนะ กำลังเสือโคร่ง กำลังพญาเสือโคร่ง บำรุงกำลัง เจริญอาหาร ขับลมในลำไส้ บำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงธาตุ เป็นยาอายุวัฒนะ
โด่ไม่รู้ล้ม รสกร่อยขื่น แก้ปัสสาวะพิการ บำรุงความกำหนัด มะเขือขื่น ใช้ราก มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ขับเสมหะ กระทุ้งพิษไข้ ใช้ปรุงกับยาอื่น แก้กามตายด้านและบำรุงความกำหนัด ม้าแม่กล่ำ บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง ทำให้นอนหลับ เจริญอาหาร บำรุงความกำหนัด เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีท่ากายบริหารแบบฤๅษีดัดตนบางท่า ที่โบราณกล่าวว่าช่วยบำบัดได้ คือ ท่าแก้ลมในอก ท่าแก้ลมในลำลึงค์ ท่าแก้ลมลำลึงค์และอัณฑะ แก้ลมอัณฑพฤกษ์ ท่าแก้เส้นมหาสนุกระงับ เป็นต้น ใครสนใจท่าฤๅษีดัดตนแก้ไขมะเขือเผาก็ลองหาตำราฤๅษีดัดตนมาฝึก นอกจากแก้ปัญหาของโรคและอาการแล้ว ยังมีประโยชน์ด้านการปรับสมดุลร่างกาย ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี และช่วยฝึกสมาธิไปพร้อมๆ กันด้วย
ใครมีปัญหาสมรรถภาพทางเพศหย่อน อย่าอายที่จะรับการรักษากับแพทย์ ให้รีบปรึกษาและทำการรักษาอย่างจริงจัง และการนวดไทยก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยท่านได้ ที่แนะนำให้ภรรยานวดสามี เพราะขนบธรรมเนียมไทยนั้นภรรยามีหน้าที่ปรนนิบัติพัดวีสามีอยู่แล้ว อย่างน้อยสัมผัสบำบัดจากภรรยา ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความเข้าอกเข้าใจ พร้อมจะช่วยเหลือและช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของอีกฝ่ายได้ และยังเป็นการส่งเสริมการนวดช่วยเหลือกันเองในครอบครัวอีกด้วย.
10:07 AM | Filed Under | 1 Comments
อย. ยืนยันยังไม่พบไข่ไก่ปลอมในไทย
10:06 AM | Filed Under | 1 Comments
สาวหลากวัย กินอย่างไรให้ผิวสวย

แนะสารพัดผัก-ผลไม้ เสริมสุขภาพดีสู่ภายนอก
พ.ญ.กานต์ ชนก พานิช กรรมการผู้จัดการ กานต์ชนกคลินิก ให้ความรู้ถึงการรักษาผิวสวยของสาวๆ ทุกวัย ที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหาร โดยเน้นสารกลูต้าไธโอนเป็นพิเศษ เพราะสารตัวนี้เป็นโฮโมนชนิดหนึ่งที่ตับเป็นผู้สร้าง มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ (แอนตี้ออกซิแดนต์) เซลล์ไม่ถูกทำลาย กลายเป็นเซลล์ที่แข็งแรง ส่งผลให้เซลล์ใต้ผิวหนังแข็งแรงตามไปด้วย ทำให้เม็ดสีลดลง ผิวจึงขาวขึ้น
แหล่งกลูต้าไธโอนมีอยู่ในสารสกัดจากธรรมชาติมากมาย ที่เด่นๆ คือ เปลือกสนฝรั่งเศส หากเป็นเปลือกสนสีส้มอ่อนจะมีคุณสมบัติในการแอนตี้ออกซิแดนต์ทำให้ขาวได้ เนื่องจากพืช ตระกูลเปลือกสนมีคุณสมบัติช่วยเปิดเส้นเลือดหัวใจ ช่วยทำลายพลักหรือคราบไขมันที่เกาะในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดไม่ยืดหยุ่น เกิดภาวะการอุดตัน เส้นเลือดตีบลง ทำให้ส่งผ่านเลือดไปสู่หัวใจได้น้อยลง
กลูต้าไธโอนในธรรมชาติมีอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ในข้าวซ้อมมือของไทยเรานี่เอง กินข้าวซ้อมมือวันละ 3 มื้อ เราจะได้กลูต้าไธโอนธรรมชาติ ที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที นอกจากนี้ยังพบในผัก ผลไม้ อาทิ แตงโม สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น ผลอะโวคาโด สำหรับเนื้อสัตว์พบในปลา และเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ฯลฯ
"You are what you eat" หรือ กินเช่นไรได้เช่นนั้น ยังคงเป็นประโยคที่หลายๆ คนเห็นด้วย หากรวมอาหารนี้ไว้ในมื้ออาหารที่เรารับประทาน ก็จะได้ผิวพรรณที่สวยสมบูรณ์แบบ
1. ส้ม อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสดูอ่อนวัย
2. มะนาว อุดมด้วยวิตามินซี ที่มีประโยชน์ ต่อผิว และยังช่วยทำความสะอาดตับซึ่งทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย
3. แครอต ให้คุณค่าเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ อาหารที่จำเป็นสำหรับผิว
4. กีวี ประกอบด้วยวิตามินซีที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างคอลลาเจน
5. อะโวคาโด อุดมไปด้วยวิตามินอีที่ช่วยบำรุงผิว การกินอะโวคาโดวันละผล ให้วิตามินอีเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวันได้
6. โยเกิร์ต ช่วยในการขับถ่าย ทำให้ผิวพรรณสดใส ไม่หมองคล้ำ
7. เมล็ดถั่วต่างๆ อุดมด้วยโปรตีน สารอาหารที่จำเป็นสำหรับผิวสวย
8. งา อุดมด้วยวิตามินบี สังกะสี และโพแทสเซียม ช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวดูสดใสอ่อนวัยอยู่เสมอ
9. ผักโขม อุดมด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งอมชมพูดูมีสุขภาพดี และ 10.ปลาอุดมไขมัน เช่น ปลาแซลมอน น้ำมันปลาช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น
อาหารทำลายผิว ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
1. มาร์การีน และน้ำตาล เป็นตัวการที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยมากขึ้น
2. อาหารทอด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันทำให้เกิดสิว
3. กาเฟอีน เป็นสารที่ดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นจากร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น 4.เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ และในกรณีที่แพ้จะทำให้ผิวเป็นผื่นแดงด้วย
การ ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณของเราอย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก การที่เราจะมีผิวพรรณที่ขาวใสได้นั้นต้องเริ่มมาจากสุขภาพดีก่อน นั่นหมายถึงอวัยวะภายในต้องดี ผิวเนื้อ ผิวกาย ผิวเซลล์ต้องแข็งแรง เพราะถ้าเซลล์แข็งแรง เส้นเลือดมีความยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนดีแล้วส่งออกซิเจนไปถึงผิว จะทำให้เรามีผิวพรรณที่ขาวสดใส หรือเรียกว่าสุขภาพผิวดีนั่นเอง
ความ งามจากภายในสู่ภายนอกเป็นสิ่งสำคัญที่ให้เรามีความสวยอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งการออกกำลังกาย การพักผ่อนที่เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อผิวสวยและสุขภาพที่ดีจะได้อยู่คู่กับตัวเราไปนานๆ
6:49 AM | Filed Under | 0 Comments
รู้ทันการดูแล “เส้นผม”

“ผม” หมาย ถึงเส้นผมที่อยู่บนหนังศีรษะมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสีย ความร้อน และผิวหนังไม่ให้ได้รับอันตราย อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญต่อบุคลิกลักษณะของร่างกาย ซึ่งมีผลต่อจิตใจของคน ใครที่พบกับปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ผมหงอก อาจก่อให้เกิดปัญหาทางใจ เช่น ซึมเศร้า ขาดความมั่นใจในตนเอง เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่เกิดกับใครก็คงไม่รู้
สาเหตุของปัญหาผม
ผลิตภัณฑ์ดูแลผมภัยร้ายใกล้ตัวที่คุณอาจไม่รู้
แชมพู
ปัจจัย หนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผม คือสิ่งใกล้ตัวท่านแต่ถูกมองข้าม นั่นคือ แชมพูที่ท่านใช้อยู่เป็นประจำ แม้บางท่านจะบอกว่าท่านเปลี่ยนยี่ห้อไปอยู่เรื่อยๆ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าสารทำความสะอาดที่ถูกผสมในแชมพูเกือบทุกยี่ห้อ (แม้ในแชมพูที่ผสมสมุนไพรและอ้างว่าจากธรรมชาติ) ส่วนใหญ่เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ชะล้างรุนแรงและมีความเป็นด่างสูง เช่น โซเดียม ลอริล ซัลเฟต (Sodium lauryl sulfate; SLS) ซึ่ง ให้ฟองได้มาก ราคาถูก จึงเป็นที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั้งหลาย เช่นผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาดพื้น สารเหล่านี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อหนังศีรษะ ตกค้างสะสมและทำลายเซลผม (รวมถึงรากผม เซลสร้างเม็ดสี และเส้นผม) และเซลผิวหนัง เมื่อใช้บ่อยๆจะยิ่ง กระด้าง แห้ง แข็งเป็นไม้กวาด เริ่มหวีไม่อยู่ทรง และ ทำให้หนังศีรษะมัน มากขึ้นเนื่องจากสารเหล่านี้เป็นสารชะล้างอย่างรุนแรงและจะชะล้างไขมันตาม ธรรมชาติ(ที่ช่วยเคลือบให้ผมมันเงา) จึงทำให้ร่างกายต้องขับไขมันออกมาชดเชยมากขึ้น จึงเป็นสาเหตุของคนที่หนังศีรษะมันยิ่งสระผมหนังศีรษะก็ยิ่งมัน บางรายเกิดการระคายเคืองเซลผิวชั้นหนังกำพร้าทำให้เกิดเป็น รังแค แต่ ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงก็ซื้อแชมพูขจัดรังแคมาใช้ ซึ่งแชมพูประเภทนี้นอกจากจะมีสาร SLS แล้ว ยังผสมสารยับยั้งการเจริญเติบโตที่มากผิดปกติของเซลชั้นหนังกำพร้า แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เมื่อหยุดใช้อาการที่เป็นก็กลับมาเป็นอีก ทำให้เซลผิวต้องสัมผัสกับสารเคมี และถูกกดการทำงานอยู่ตลอด ทำให้เป็น รังแคเรื้อรัง
ครีมนวดผม/ทรีทเม้นท์หมักผม
สำหรับผู้ที่ชอบให้ผมนิ่มลื่น อาจยังไม่รู้ถึงพิษภัยจากสารกลุ่มซิลิโคน (มักมีชื่อลงท้ายด้วย “thicone”) เช่น ไซเมทธิโคน (Simethicone) ไดเอทธิโคน (Diethicone) หรือ อื่นๆ เป็นสารเคลือบเส้นผมทำให้ผมนิ่มลื่น เป็นมันวาว มีสปริง หวีง่าย แต่จะตกค้าง เคลือบรูเส้นผม เมื่อใช้ต่อเนื่องนานๆจะเกิดการสะสมอุดตันรูเส้นผม ทำให้เซลผมทำงานผิดปกติ การขับของเสีย การดูดซึมสารอาหารลดลง และทำให้ ผมร่วง เมื่อใช้ในระยะยาว
ที่เลี่ยงยากคือ สารเพิ่มฟอง เพิ่มความข้น ตัวฉกาจที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่ต้องใช้คือ DEA (ได เอทธานอลาไมด์) ซึ่งเกรงกันว่าอาจก่อ มะเร็ง จนในบางประเทศต้องให้ยกเลิกการใช้ สารอีกกลุ่มที่อาจก่อให้เกิด การแพ้ จากการใช้เป็นประจำแต่คนก็ชอบใช้คือ กลิ่นสังเคราะห์หอมๆ สีสังเคราะห์สวยๆ และลาโนลิน (Lanolin)
Demodex ไรขนที่คุณอาจไม่รู้
อีกสาเหตุหนึ่งที่คุณอาจไม่รู้คือ ไรขน (Demodex) ซึ่ง ติดต่อโดยการสัมผัส ตัวไรแพร่พันธุ์ อาศัยอยู่และแย่งกินสารอาหารที่รากผมทำให้ผมขาดสารอาหาร ผมจึงมี ขนาดเล็ก บางลง สีจางลง ขาดความมีชีวิตชีวา และหงอก นอกจากนั้นยังอาจทำลายโครงสร้างของเซลผม ทำให้ ผมร่วง หรือ หงิกงอ
เมื่อตัวไรคืบคลานไปบนหนังศีรษะหรือผิวโดยเฉพาะเวลากลางคืนจะทำให้ท่านที่มีประสาทไว (Sensitive) รู้สึก คันยิบๆ ขณะเดินทางมันจะปล่อยของเสีย และทิ้งคราบที่ลอกออกมา ทำให้เกิดขยะบนหนังศีรษะ หรือผิวหนังของเรา ซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรีย ไวรัส และริกเก็ทเซียที่เกาะอยู่ตามข้อต่อเล็กๆ ของขาตัวไร จึงก่อให้เกิดการติดเชื้ออักเสบเป็น สิว หรือ ตุ่มแดง บนหนังศีรษะ และที่สำคัญ หากร่างกายเกิดการต่อต้านของเสียที่ตัวไรขับออกมา และซากตัวไรที่ตาย ทำให้เกิดปฏิกิริยา แพ้ (Sensitization) เช่น แพ้เครื่องสำอาง สบู่ หรือแม้แต่เหงื่อของตัวเอง
6:47 AM | Filed Under | 0 Comments
อยากให้ผมสั้นยาวเร็ว ทำได้ด้วยสูตรสมุนไพรพื้นบ้าน

รู้ไหม๊ว่าโดยเฉลี่ยแล้วเส้นผมคนเราจะยาวประมาณครึ่งนิ้วต่อเดือน สำหรับคนที่ผมสั้น แล้วอยากให้ผมยาว ดูสวยเร็วๆ วันนี้ Tips สุขภาพ มีวิธีดูแลเส้นผมให้ยาวเร็วขึ้นมาฝากกัน... วิธีการทำก็ไม่ยากค่ะ มาดูกันเลยดีกว่า
หลัก จากที่เราสระผมและนวดผมเรียบร้อยแล้วให้ใช้ผ้าขนหนูค่อยๆ ซับผมเบาๆ แต่อย่าขยี้ผมแรงๆ โดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้เส้นผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายและเร็วกว่าเดิม
จากนั้นให้บดกล้วยหอมผสมกับน้ำผึ้ง พอกให้ทั่วทั้งศีรษะ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก
หากใครไม่สะดวกวิธีนี้ลองใช้สูตรดอกอันชัญดู ก็ได้ค่ะ เพียงนำดอกอันชัญมาคั้นเอาน้ำ จนได้น้ำอันชัญสีน้ำเงินอมม่วงออกมา หลังจากนั้นนำไปหมักผมทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้จะทำให้ผมดูดกดำเงางาม แถมยังยาวเร็วได้อีกด้วยคะ
แต่ ถ้าคุณเป็นคนผมแห้ง ต้องการให้ผมดูเงางาม ลองใช้แฮร์โค้ตประมาณ 2-3 หยด ชโลมและนวดให้ทั่วศีรษะ แต่ถ้าเป็นคนผมมัน ไม่ควรทำวิธีนี้นะคะ
และที่สำคัญอย่าลืมที่จะทำทรีทเม้นสัปดาห์ละครั้ง เพราะจะทำให้มีสุขภาพผมที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
7:51 PM | Filed Under | 0 Comments
เคล็ดความงาม...ใต้วงแขน

มะขามเปียก+น้ำผึ้ง แก้ปัญหารักแร้ดำ
ตาม ปกติแล้วผิวใต้วงแขนจะมีสีคล้ำกว่าผิวส่วนอื่นๆ เล็กน้อยเพราะเป็นส่วนที่ผิวย่นมารวมกันเหมือนคอ หรือบริเวณขาหนีบ แต่หากผิวส่วนนี้ดำคล้ำกว่าสีผิวส่วนอื่นอาจเป็นไปได้ว่าเกิดความผิดปกติ ขึ้น ควรพิจารณาหาสาเหตุและรักษาอย่างเร่งด่วน
ปัญหา รักแร้ดำเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือ การสัมผัสสารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการระคายเคืองและรอยดำ จากน้ำหอม สารกันเสีย หรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Triclosan, Triclocarban, Irgosan ในยาระงับกลิ่นกาย
การรักษาจึงต้องแก้ไขตามอาการ หากเป็นการแพ้น้ำหอม ควรเปลี่ยนไปใช้โรลออนชนิดที่ไม่มีสารสร้างกลิ่นหอมที่ระบุว่า "Fragrance - Free" โดยสังเกตส่วนประกอบสำคัญบนฉลาก หากมีชื่อสารที่แพ้ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ยาระงับกลิ่นแบบอื่นแทน
ความ อ้วนและการเสียดสีก็เป็นอีกสาเหตุของรักแร้ดำได้ การแก้ไขจึงควรลดน้ำหนักและใช้ยาลดรอยดำ หรือไวท์เทนนิ่งทาควบคู่กัน แต่ไม่ควรใช้กลุ่มที่มีกรดผลไม้ ไม่ว่า AHA หรือ BHA เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองยิ่งขึ้น แต่ถ้ารักแร้ดำและนูนเหมือนกำมะหยี่ (มักพบในคนเป็นโรคเบาหวาน) ควรพบแพทย์ทันทีค่ะ
ทั้งนี้หลายต่อหลายคนมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป อาทิ มะขาม เปียก ไร้ฝักด้วยนะ ถูเบาๆ ทิ้งไว้แล้วคอยอาบน้ำ เพียงไม่กี่ครั้งขาวขึ้นจริงๆ ทุกวันนี้ยังใช้อยู่เลย ส่วนเวลาจะทิ้งไว้นานแค่ไหน ลองทดสอบน้อยๆ ก่อนดีกว่า
ใช้ มะขามเปียก ผสมกับ นมสด พอกไว้ที่รักแร้ประมาณ 5 -10 นาที ทำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ขาวชัวส์ ไปหาหมอเลเซอร์รักษา เสียเงินไปหลายหมื่น ก้อกลับมาดำเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มีวิธีที่ง่าย ปลอดภัย และก้อไม่ต้องเสียตังแพงด้วยค่ะ
1. หลีกเลี่ยงการถอนหรือ แว๊กขน เพราะว่าทำห้รักแร้เราเกิดการอักเสบและดำได้
2. เวลาอาบน้ำ ใช้มะขามเปียก + น้ำผึ้ง ทาทิ้งไว้ 5 - 10 นาที แล้วอาบน้ำตามปกติ
3. เวลาออกจากบ้านถ้ามีกลิ่นตัวให้ใช้โรลออนที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สามารถหาซื้อได้ที่คลินิคความงาม หรือซื้อของพวกนีเวียแบบสเปรมาใช้ก้อได้ค่ะ ลองอ่านดูให้ดีค่ะ ยี่ห้ออะไรก้อได้ ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และสารส้ม
4. ก่อนนอน ให้ใช้ครีมทาผิวที่เป็นพวก Whitening ทาที่รักแร้ จากนั้นเอาแป้งฝุ่นทาทับ
อย่าง ไรก็ตามการรักษาปัญหารักแร้ดำ ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นผู้วิเคราะห์สาเหตุเพื่อให้ได้ผลตรง กับอาการและรักษาได้ถูกวิธีที่สุด
7:41 PM | Filed Under | 1 Comments

